Odoo คือระบบ ERP แบบครบวงจรที่ช่วยบริหารธุรกิจตั้งแต่ ซื้อ ขาย จ่าย รับ บัญชี สต๊อก ผลิต และอีกมากมาย เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจที่ต้องการทำ Digital Transformation ให้จบครบทุกเรื่องของธุรกิจในระบบเดียว อย่างคุ้มค่าและยืดหยุ่นกับการทำงาน
Odoo ERP คือ ระบบ ERP แบบ Open-source ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ และรองรับการใช้งานในรูปแบบ Cloud-based ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรม ERP ทั่วไปที่มักมีข้อจำกัดด้านการปรับแต่งและการขยายระบบ
จุดเด่นของ Odoo ERP คือความสามารถในการรวมทุกฟังก์ชันธุรกิจไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนเมื่อเทียบกับระบบ ERP อื่น
ระบบ Odoo คือ ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) แบบ All-in-one ที่ช่วยจัดการทุกกระบวนการในธุรกิจ ได้แก่:
Odoo ถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “หนึ่งระบบควบคุมทั้งองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและครอบคลุม” เพื่อทำให้ผู้บริหารและคนทำงานเห็นข้อมูลแบบ Real-time ลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพทั้งองค์กร
Odoo มีโครงสร้างแบบ Modular
Odoo ถูกออกแบบด้วยแนวคิด Modular Architecture ซึ่งหมายความว่าระบบถูกแบ่งออกเป็นโมดูลย่อย ๆ ที่หลากหลาย แต่ละโมดูลของ Odoo ทำหน้าที่เฉพาะด้าน เช่น บัญชี สต๊อก ขาย จัดซื้อ ผลิต บุคคล และอื่น ๆ อีกหลายสิบโมดูล การออกแบบแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแนวคิดสำคัญที่ทำให้ Odoo กลายเป็น ERP ที่ยืดหยุ่นที่สุดระบบหนึ่งในโลก และตอบโจทย์ธุรกิจไทยแทบทุกอุตสาหกรรม
การมีโครงสร้างแบบ Modular ช่วยให้ทุกธุรกิจสามารถเลือกเฉพาะฟังก์ชันที่หลากหลายของ Odoo ที่ต้องการใช้ได้ โดยไม่ต้องติดตั้งทั้งระบบเหมือน ERP รุ่นเก่า เช่น SAP หรือระบบบัญชีแบบเดิมที่ฟีเจอร์ถูกล็อกแบบตายตัว หากธุรกิจต้องการแค่ระบบขายและงานหลังร้าน ก็สามารถติดตั้งเพียงโมดูล Sales + Inventory ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องใช้โมดูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ระบบจึง เบา เร็ว ประหยัดทรัพยากร และควบคุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับ SME ที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
ความยืดหยุ่นนี้ยังช่วยให้ ธุรกิจสามารถเริ่มต้นเล็ก ๆ แล้วค่อยขยาย ไปเป็นระบบใหญ่ได้ในอนาคต เช่น เริ่มจาก POS ร้านอาหารก่อน แล้วค่อยเพิ่ม Inventory, Purchasing, HR หรือการทำ Costing ที่ซับซ้อนในภายหลัง กระบวนการอัปเกรดหรือเพิ่มโมดูลที่หลากหลายของ Odoo ไม่กระทบโมดูลเดิม ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตตามจังหวะของตัวเองได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงแบบ Incremental แบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการ Implement และลดความกังวลของพนักงานที่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่
อีกประโยชน์สำคัญของ Modular คือ ทุกโมดูลของ Odoo ทำงานเชื่อมโยงกันแบบอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น เมื่อฝ่ายขายเปิดใบสั่งขาย สต๊อกจะตัดทันทีเมื่อรับสินค้าเข้าคลัง ระบบบัญชีจะรับรู้ต้นทุนทันที หรือเมื่อมีการผลิตสินค้า วัตถุดิบจะถูกตัดตาม BOM โดยอัตโนมัติ การทำงานที่เชื่อมโยงแบบนี้สร้างข้อได้เปรียบเชิงข้อมูล (Data Advantage) เพราะผู้บริหารสามารถเห็นภาพรวมของธุรกิจแบบ Real-time ไม่ต้องรอฝ่ายบัญชีปิดงบ ไม่ต้องรอฝ่ายคลังสรุปยอด ทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดความผิดพลาดจากการคีย์ซ้ำหรือคีย์ผิด
นอกจากนี้ โครงสร้าง Modular ยังช่วยให้ การปรับแต่ง (Customization) เป็นเรื่องง่ายกว่า ERP รุ่นเก่า เพราะการแก้ไขหรือเพิ่มฟีเจอร์จะกระทบเฉพาะโมดูลนั้น ๆ ของ Odoo ไม่ไปสร้างปัญหากับระบบส่วนอื่น ตัวอย่างเช่น หากร้านอาหารต้องการปรับลอจิกการคำนวณค่าบริการ 10% ก็สามารถปรับเฉพาะโมดูล POS ได้เลย ไม่ต้องแตะโมดูลบัญชีหรือ Inventory สิ่งนี้ช่วยลดต้นทุนการพัฒนาระบบ ลดเวลาในการส่งต่องานให้ทีมไอที และลดความเสี่ยงที่ระบบจะพังเมื่ออัปเดต Version ในอนาคต
Odoo ได้รับความนิยมในไทยอย่างรวดเร็วในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา
เพราะตอบโจทย์ “สไตล์การทำงานของธุรกิจไทย” ได้ดีกว่า ERP หลายเจ้าในตลาด
ทั้งในมิติของราคา ความยืดหยุ่น การใช้งานที่ง่าย และความสามารถในการขยายตัวตามขนาดกิจการ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณและตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในยุคที่ธุรกิจไทยต้องการเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น Odoo จึงกลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดสำหรับ SME ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
1.
ERP แบบดั้งเดิม เช่น SAP, Oracle, หรือ Microsoft Dynamics 365 ถือเป็นโซลูชันระดับ Enterprise ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉลี่ยเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 1–3 ล้านบาท เฉพาะค่าลิขสิทธิ์ และอาจเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านบาทเมื่อรวมค่าปรับแต่งและการ Implement จริง ทำให้ SME ไทยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงได้
ในทางกลับกัน Odoo มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียงหลักแสนบาท รวมค่าลิขสิทธิ์และการนำไปใช้ ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ แถมยังได้ฟีเจอร์ครบแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบัญชี สต๊อก งานขาย ร้านอาหาร หรือโรงงานผลิต ต้นทุนที่ถูกกว่าหลายเท่าจึงทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากกล้าตัดสินใจใช้ ERP เป็นครั้งแรก
ข้อดีสำคัญคือ Odoo ใช้โมเดลราคาแบบ “จ่ายตามจำนวนผู้ใช้” ทำให้ธุรกิจเริ่มต้นเล็ก ๆ ได้ โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ก่อนเหมือน ERP เจ้าเก่า ช่วยให้การใช้ ERP ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
2.
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ Odoo ถูกเลือกในไทยคือ ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง ซึ่งเหมาะกับธรรมชาติของธุรกิจไทยที่มีขั้นตอนการทำงานเฉพาะตัวและไม่สามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูปแบบ 100% ได้เสมอไป โดย Odoo สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจและแต่ละแผนกได้อย่างลงตัว
ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Modular ทำให้ Odoo สามารถเพิ่ม ลด แก้ไขฟังก์ชันได้โดยไม่กระทบระบบหลัก ตัวอย่างเช่น
ข้อได้เปรียบคือ Odoo ปรับตามธุรกิจ ไม่ใช่บังคับให้ธุรกิจปรับตามระบบ ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความยืดหยุ่นและทำงานง่ายขึ้น ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรเลือก Odoo แทนการใช้ระบบปิดราคาแพงที่ปรับแต่งได้น้อยกว่า
3.
อีกหนึ่งจุดแข็งคือ Odoo ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้ (User Friendly) เทียบกับ ERP หลายเจ้า เช่น SAP ที่ต้องฝึกอบรมหนัก หรือระบบบัญชีท้องถิ่นที่ UI ดูล้าสมัย
Odoo โดดเด่นในเรื่อง:
สำหรับธุรกิจไทย นี่คือข้อดีที่ใหญ่ที่สุด เพราะพนักงานหลายฝ่ายอาจไม่คุ้นเคยกับระบบ ERP มาก่อน เมื่อระบบใช้งานง่าย ทีมงานก็ปรับตัวได้เร็ว ลดต้นทุนการเทรน และลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดระหว่างทำงาน
4.
Odoo ไม่ใช่แค่ระบบสำหรับ SME เท่านั้น แต่ยังรองรับธุรกิจ ตั้งแต่ผู้ใช้งานจำนวนน้อยไปจนถึงระดับหลายพันคน ด้วยโครงสร้างระบบที่ขยายตัวได้ (Scalable) ทำให้ Odoo สามารถใช้งานได้ทั้งใน:
องค์กรสามารถเริ่มใช้งานเพียงบางโมดูล และค่อย ๆ ขยายเป็น ERP ครบวงจรได้เมื่อธุรกิจเติบโต ซึ่งเหมาะกับธุรกิจไทยที่ต้องการความยืดหยุ่นและการลงทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป
ที่ธุรกิจไทยใช้บ่อย
หนึ่งในเหตุผลที่ Odoo ได้รับความนิยมในไทยคือฟีเจอร์หลักที่ครอบคลุมแทบทุกแผนกในองค์กร โดยแต่ละโมดูลถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นและรองรับการบริหารจัดการในทุกกระบวนการขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการบริหารบุคคล การเงิน การขาย หรือการผลิต นอกจากนี้ Odoo ยังมีโมดูลและฟังก์ชันให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย ช่วยให้ข้อมูลไหลจากต้นทางถึงปลายทางแบบอัตโนมัติ ช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการทำงานจริงของธุรกิจไทย
โมดูลบัญชีของ Odoo รองรับการทำงานตามระบบภาษีไทย เช่น ภาษีซื้อ-ขาย รายงาน VAT รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมถึงการลงบัญชีแบบ Double Entry ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล จุดเด่นคือเชื่อมกับโมดูลอื่น ๆ แบบอัตโนมัติ เช่น เมื่อขายสินค้า บัญชีจะรับรู้รายได้ทันที หรือเมื่อรับของเข้าคลัง ระบบจะบันทึกต้นทุนให้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระของฝ่ายบัญชีของคุณอย่างมาก
ระบบคลังสินค้าของ Odoo รองรับการทำงานแบบ FIFO, FEFO, Lot, Serial และการจัดการหลายคลังสินค้า ทำให้เหมาะกับทั้งร้านค้าและโรงงาน จุดแข็งคือตอบโจทย์ธุรกิจไทยที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น การแยกสต๊อกตามสาขา การย้ายสินค้า หรือการตรวจนับประจำเดือน โดยสามารถปรับแต่งระบบให้เข้ากับกระบวนการทำงานเฉพาะของแต่ละธุรกิจได้ ระบบทำงานรวดเร็วและเชื่อมกับการขาย-ซื้อแบบเรียลไทม์
โมดูล Sales ช่วยให้ธุรกิจจัดการขั้นตอนการขายตั้งแต่ lead → quotation → invoice โดยทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกับสต๊อก บัญชี และ CRM อย่างอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริหารเห็น Pipeline การขายชัดเจนขึ้นและประเมินยอดขายล่วงหน้าได้แม่นยำ นอกจากนี้ CRM ยังช่วยติดตามลูกค้าและกิจกรรมการขาย ช่วยให้ทีมเซลล์ทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น
Workflow การจัดซื้อใน Odoo ครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง PR, การอนุมัติ PO, การรับสินค้า และการบันทึก Invoice จุดเด่นคือลดงานซ้ำซ้อน เพราะข้อมูลแต่ละขั้นตอนไหลต่อกันโดยอัตโนมัติ ทำให้ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลัง และฝ่ายบัญชีทำงานสอดประสานและดำเนินงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น
POS ของ Odoo รองรับการจัดการโต๊ะ เมนู รายการอาหาร ส่วนลด โปรโมชั่น และมีการเชื่อมหลายสาขาแบบเรียลไทม์ ร้านอาหารสามารถดูออเดอร์ในครัว ส่วนค้าปลีกสามารถดูสต๊อกที่ตัดทันทีที่ขายสินค้า ข้อมูลจาก POS ยังเชื่อมเข้าบัญชีได้โดยตรง ลดการคีย์ข้อมูลผิดพลาด
สำหรับโรงงาน โมดูล MRP ของ Odoo รองรับ BOM, Routing, Work Center, การวางแผนการผลิต และการควบคุมต้นทุนผลิตแบบ Real-time เหมาะกับโรงงานทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการระบบบริหารกระบวนการผลิตที่เป็นมาตรฐาน
Odoo มีข้อดีหลายด้านที่ช่วยให้ธุรกิจไทยเลือกใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะความยืดหยุ่นของระบบที่สูงกว่าระบบ ERP ทั่วไป
แม้ Odoo จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนใช้งาน
การติดตั้ง Odoo โดยปกติแล้วจะเริ่มจากการวิเคราะห์และประเมินความต้องการของกิจการอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการทำงานที่มีอยู่เดิม จำนวนผู้ใช้งาน โมดูลที่ต้องการใช้ และการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ที่ธุรกิจใช้งานอยู่ เพื่อให้การออกแบบระบบตอบโจทย์การใช้งานบน odoo และทำการวางแผนร่วมกับทีมงานของธุรกิจ เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้งานของแต่ละแผนก จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งและปรับแต่งโมดูลต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานของธุรกิจให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจริงโดยทั่วไป การติดตั้ง Odoo สำหรับธุรกิจจะใช้เวลาประมาณ 4-8 เดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนโมดูลที่เลือกใช้และความซับซ้อนของการเชื่อมต่อระบบอื่นๆ และการพัฒนาระบบเพิ่มเติม การวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งาน erp ได้อย่างราบรื่น และช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายการใช้งานในอนาคตได้ง่ายยิ่งขึ้น
การบริการหลังการขาย Odoo เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งาน odoo erp ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง โดยทาง Perfect Blending มีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาทางเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน odoo การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน หรือการแนะนำวิธีการใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ
บริการหลังการขายที่มีดูแลผู้ใช้งานและมีเป้าหมายให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ระบบได้อยากเต็มประสิทธิภาพให้คุณมั่นใจว่า odoo เป็นระบบที่สามารถรองรับการเติบโตและเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้ในระยะยาว ช่วยให้ธุรกิจสามารถโฟกัสกับการดำเนินงานหลักได้อย่างเต็มที่
การอัปเดตและบำรุงรักษา Odoo เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบ Odoo erp ของธุรกิจคุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องลดปัญหาการหยุดชะงักของระบบ และในการใช้งาน Odoo การอัปเดตระบบจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การทำงานให้ดีขึ้นกว่าเก่าได้ รวมถึงการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบให้ดีขึ้น เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าระบบ Odoo erp ของคุณจะสามารถรองรับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลใน Odoo เป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะข้อมูลทางธุรกิจคือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง ระบบ odoo erp ได้รับการออกแบบให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งในด้านการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล การใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย และการเข้ารหัสข้อมูลสำคัญ เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ odoo เป็นระบบที่มีการอัปเดตและบำรุงรักษาด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ธุรกิจสามารถป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งาน odoo erp ได้อย่างมั่นใจ และช่วยให้ธุรกิจสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์
Odoo Community มีฟีเจอร์พื้นฐาน เหมาะกับองค์กรที่มีทีมพัฒนาและต้องการความยืดหยุ่นสูง
Odoo Community เป็นเวอร์ชันที่เปิดให้ใช้งานแบบ Open-source โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของลิขสิทธิ์ ระบบประกอบด้วยฟีเจอร์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน เช่น Sales, Purchase, Inventory และระบบบัญชีขั้นต้น ทำให้สามารถใช้เป็นโครงสร้างหลักของระบบ ERP ในองค์กรได้ทันที
เวอร์ชันนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่:
ซึ่งไปตรงกับความต้องการของภาครัฐ และตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทีม Perfect Blending ได้ทำระบบให้กับหลายหน่วยภาครัฐ พบว่า Odoo Community เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจาก:
โดยทีมของเรามี โซลูชันของภาครัฐไทยที่พัฒนามาให้เฉพาะ สามารถขึ้นระบบได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ต้น
ทั้งนี้เนื่องจาก Community Version ไม่ได้มาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น Mobile App, Odoo Studio หรือระบบอัตโนมัติระดับ Advance องค์กรที่เลือกใช้มักต้องพัฒนาส่วนที่ขาดให้เหมาะกับงานของตนเอง ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับหน่วยงานที่ต้องการความยืดหยุ่นเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามการที่องค์กรจะทำการพัฒนา ระบบ ERP เองนั้นเป็นเป็นไปไห้ค่อนค่างยาก และหากไม่มีประสบการ จากทำให้ไม่สามารถจบโครงการได้
ทั้งหมดนี้ทำให้ Odoo Community เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับหน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างยิ่ง
Odoo Enterprise เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการระบบที่พร้อมใช้งานอย่างรวดเร็ว, มีฟังก์ชันครบทุกด้าน และต้องการลดการพัฒนาเพิ่มเติมให้มากที่สุด เพราะ Odoo Enterprise ถูกออกแบบมาเพื่อความต้องการของผู้ใช้งานภาคเอกชนที่มีพื้นฐานการทำธุรกิจคล้ายกันทั่วโลก แตกต่างกันเพียงด้านฟอร์มเอกสารและ Localization ให้เข้ากับข้อกำหนดของแต่ละประเทษ ซึ่งฟีเจอร์ระดับสูงที่มาพร้อม Odoo Enterprise ซึ่งช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น:
อย่างไรก็ตาม ผู้ขึ้นระบบ Odoo ERP แต่ละเจ้าก็จะมีระบบที่ต่างกัน ต่างกันที่แต่ละทีมได้พัฒนาให้ Odoo สามารถใช้งานกับผู้ใช้งานคนไทย และ ธุรกิจไทยให้ได้ที่สุด และทาง Perfect Blending เราจึงได้พัฒนา Perfect Blending Odoo Enterprise ซึ่งทางทีมเรามีจุดเด็นในเรื่องของงานบัญชีที่มีนักบัญชีเป็นผู้ขึ้นระบบให้คุณโดยตรง
สรุป
Odoo Community (ฟรี)
หน่วยงานรัฐ / องค์กรที่มีทีมพัฒนา
ไม่มีค่า License
ต้องพัฒนาเองมาก หากจ้าง vendor ค่าพัฒนาอาจสูงมาก และใช้เวลานาน
Odoo Enterprise (มีค่าใช้จ่ายรายปี)
ธุรกิจเอกชน / องค์กรที่ต้องการระบบเร็ว
ฟังก์ชันครบ ใช้ง่าย รองรับ Mobile และ Studio
ค่าใช้จ่ายตามจำนวนผู้ใช้
Odoo คือระบบ ERP ที่ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานของธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ จุดเด่นของ Odoo อยู่ที่ความยืดหยุ่นของระบบ การปรับแต่งได้สูง และการรวมข้อมูลทุกหน่วยงานให้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเครื่องมือกระจัดกระจาย เช่น Excel หรือระบบแยกส่วนหลายโปรแกรม ให้กลายเป็นระบบที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร
องค์กรที่ทำงานบน Excel หรือระบบที่ไม่เชื่อมต่อกันมักประสบปัญหา เช่น ข้อมูลซ้ำซ้อน ข้อมูลผิดพลาด การตรวจสอบย้อนกลับทำได้ยาก และไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ได้อย่างเต็มที่ การนำ ERP อย่าง Odoo มาใช้ช่วยให้ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบเดียวกัน (Single Source of Truth) ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมชัดเจนยิ่งขึ้น การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูลระหว่างแผนก
Odoo จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการวางรากฐานกระบวนการใหม่ให้แข็งแรง และต้องการเติบโตบนมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร เพราะการใช้ ERP ไม่ใช่เพียงการนำซอฟต์แวร์มาแทนเครื่องมือเดิม แต่คือการยกระดับวิธีคิดและกระบวนการทำงาน (Process & SOP) ให้เป็นระบบมากขึ้น ลดความแตกต่างของวิธีทำงานที่ “ต่างคนต่างทำ” และจัดวางให้เป็นขั้นตอนเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายสาขา เพิ่มจำนวนพนักงาน หรือขยายทีมในอนาคต
นอกจากเหมาะกับการทำ Digital Transformation แล้ว Odoo ยังตอบโจทย์ธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น:
ธุรกิจออนไลน์ / eCommerce ที่ต้องเชื่อมข้อมูลคำสั่งซื้อ สต๊อก และการจัดส่งแบบรวมศูนย์
Odoo เหมาะกับทุกธุรกิจที่ต้องการสร้างระบบงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถเติบโตบนกระบวนการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการนำข้อมูลมาใช้สร้างมูลค่า และวางโครงสร้างองค์กรให้พร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาว
การคิดค่าบริการ Odoo ของเราประกอบไปด้วย 5 ส่วน
Odoo Enterprise License: ตกที่ 25 USD ต่อ User ต่อเดือน
Implementation fee
Development fee
Hosting
Maintenance Support
ราคาของ Implementation, Development, Hosting, Maintenance ขึ้นกับความต้องการของระบบ และความซับซ้อนของระบบ
มิติในเรื่องราคาย่อมเยา และปรับแต่งสูง
ราคาของระบบขึ้นกับความต้องการของระบบ และความซับซ้อนของระบบ ทางเราแนะนำให้คุณลูกค้าติดต่อฝ่ายขายเพื่อออกใบเสนอราคาครับ
Odoo เหมาะมากครับ เพราะลงทุนต่ำกว่าระบบ ERP อื่นหลายเท่า
Odoo คือ ERP ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และยืดหยุ่นที่สุดสำหรับธุรกิจไทยในปี 2026 เหมาะกับทั้ง SME, โรงงาน, ร้านอาหาร และองค์กรที่ต้องการยกระดับการทำงานแบบดิจิทัล
ทีม Implement Odoo ที่เชี่ยวชาญระบบบัญชีไทย
GreenPro KSP Group x Perfect Blending
พร้อมช่วยวิเคราะห์กระบวนการ ออกแบบระบบ และพัฒนาฟีเจอร์เฉพาะธุรกิจของคุณ ติดต่อได้เลยครับ 😊