Odoo ERP สำหรับธุรกิจไทย | Odoo Implementor แบบครบวงจร

เปลี่ยนธุรกิจของคุณให้ “เป็นระบบ” ด้วย Odoo ERP ที่มีฟีเจอร์หลากหลายและยืดหยุ่นที่สุดในโลก จุดเด่นของ odoo คือความสามารถในการปรับแต่งและขยายตัวให้เหมาะสมกับธุรกิจไทยทุกขนาด

ระบบของ odoo สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเข้าถึงได้จากทุกที่รองรับการทำงานออนไลน์และเข้าถึงข้อมูลแบบ Real-time ได้อย่างสะดวก

ผู้ใช้งานจะได้ รับ ประโยชน์สูงสุดและได้รับการสนับสนุนจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราโดยตรง

นอกจากนี้ยังมี การพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ กับธุรกิจเติบโตมากขึ้น พร้อมทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี, ระบบงาน และ Thai Localization

Odoo ERP คืออะไร?

Odoo คือระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) แบบ Open-source ที่เป็นระบบ All-in-one ที่รวมทุกระบบงานสำคัญของธุรกิจไว้ในระบบเดียว และปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 16 ล้านคน ใน 120 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ทำให้ Odoo เป็นระบบ ERP All-in-one ที่มี Feature ครบถ้วน มากกว่า 70 โมดูลที่สามารถปรับแต่งได้และปรับแต่งได้ตามความต้องการพื้นฐานและความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจได้

นอกจากนี้ Odoo ยังสามารถเข้ากับ ระบบอื่นๆ ได้ การใช้งานที่ยืดหยุ่น รองรับการเชื่อมต่อและขยายฟีเจอร์ตามการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบการทำงานยืดหยุ่น

Odoo ถูกออกแบบบนแนวคิด Modular Architecture ที่ให้แต่ละฟังก์ชันทำงานเป็นอิสระแต่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ธุรกิจสามารถเลือกใช้เฉพาะโมดูลที่จำเป็นในช่วงเริ่มต้น และขยายเพิ่มเติมได้ตามการเติบโตโดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด

โครงสร้างแบบ Modular นี้ช่วยให้องค์กรบริหารความเสี่ยงในการ Implement ได้ดีขึ้น ควบคุมงบประมาณเป็นลำดับขั้น และรองรับการพัฒนาระบบในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของกระบวนการทำงาน ข้อมูล และการขยายขีดความสามารถขององค์กร

ERP ที่เติบโตไปพร้อมธุรกิจ

Odoo ออกแบบในรูปแบบ Modular ช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นได้จากเพียง 1–2 โมดูล เช่น POS หรือ Inventory และขยายสู่ระบบที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง MRP, HR หรือ Costing ได้ในอนาคตโดยไม่กระทบโครงสร้างเดิม ลดความเสี่ยงในการ Implement และรองรับการเติบโตแบบเป็นขั้นตอนอย่างมั่นคง

ERP ที่เติบโตไปพร้อมธุรกิจ

Odoo รองรับการ Customization ได้อย่างคล่องตัว เพราะแต่ละโมดูลทำงานแยกอิสระ การพัฒนาเพิ่มเติมหรือปรับกระบวนการจึงกระทบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยควบคุมต้นทุน อัปเกรดเวอร์ชันได้ง่าย และลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพของระบบในระยะยาว

All-in-one กับ Odoo ERP

Odoo เป็น ERP ที่ครบวงจร ทั้งด้านสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่น การเชื่อมโยงข้อมูลแบบ End-to-End และความสามารถในการขยายระบบ รองรับได้ตั้งแต่ SME จนถึงระดับ Enterprise ที่ต้องการแพลตฟอร์มบริหารจัดการเพื่อการเติบโตระยะยาว1) ครบทุกโมดูลในธุรกิจแบบ All-in-One

Perfect Blending Suit Odoo ERP

Perfect Blending Suit คือโซลูชัน Odoo ERP ที่พัฒนาและปรับให้เหมาะกับธุรกิจไทยโดยเฉพาะ จากประสบการณ์ Implement กว่า 10 ปี ผสานความเชี่ยวชาญ 5 มิติ เพื่อให้ ERP “ใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ขึ้นระบบสำเร็จ แต่สร้างคุณค่าทางธุรกิจได้ตั้งแต่วันแรกที่ Go-live

Perfect Blending Enterprise Suit

คือ Odoo Package สำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรมากที่สุด ทำให้ลูกค้าสามารถขึ้นระบบได้อย่างรวดเร็ว ในราคาที่เหมาะสม ตัวอย่างฟีเจอร์

Perfect Blending Government Suit

คือ Odoo Package สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ออกแบบมาเพื่อรองรับข้อกำหนดราชการอย่างครบถ้วน พร้อมใช้งานจริงและขยายระบบได้ในอนาคต

5 มิติความเชี่ยวชาญของ Perfect Blending

1. ERP Functional Expertise

ทีมงานที่เข้าใจ Odoo ครบทุกโมดูล ทั้งการขาย (Sales) ที่ช่วยจัดการกระบวนการขายตั้งแต่การสร้างลูกค้าเป้าหมาย การบริหารข้อเสนอ การตั้งราคา การใช้ส่วนลดและคูปอง ไปจนถึงการปิดการขายและทำให้กระบวนการขายเป็นอัตโนมัติ, Inventory, Accounting, HR รวมถึงการผลิต (MRP) ที่ช่วยควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การจัดการคุณภาพ ไปจนถึงการวิเคราะห์ต้นทุน เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและต้นทุนต่ำลง ออกแบบระบบให้เหมาะกับธุรกิจโดยไม่ Custom เกินจำเป็น ทำให้ระบบนิ่ง อัปเกรดง่าย และรองรับการเติบโตระยะยาว

2. Accounting & Thai Compliance

พัฒนาร่วมกับทีมบัญชีมืออาชีพ รองรับมาตรฐานบัญชีและภาษีไทยครบถ้วน เช่น WHT, ภ.ง.ด.3/53, 50 ทวิ, รายงานภาษีซื้อ–ขาย, e-Tax และระบบอัตราแลกเปลี่ยนหลายเรท ทำให้ “ฝ่ายบัญชีใช้งานได้จริง” ตั้งแต่วันแรก

3. Business Workflow Design

ออกแบบ Workflow ตามโครงสร้างองค์กรจริง คำนึงถึง Control, Governance และ Change Management ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และทำให้พนักงานใช้งานระบบได้จริงทั้งองค์กร

4. System Engineering & Open-source Customization

พัฒนา Feature เฉพาะอุตสาหกรรมได้ลึก เช่น POS F&B, Production Automation, Dashboard ผู้บริหาร และระบบเชื่อมต่อ Marketplace พร้อมโครงสร้าง Code ปลอดภัย และอัปเกรดง่าย

5. Data Architecture & Analytics

ออกแบบ Data Model เพื่อรองรับรายงานบริหาร, Dashboard, การคำนวณต้นทุน และ Audit Trail ทำให้ข้อมูลพร้อมใช้สำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

Odoo App

Highlight

Accounting

พร้อมรองรับบัญชีและภาษีตามหลักสรรพากรไทย

Point of Sales

รองรับหลายหลายสาขา หลายธุรกิจ

CRM

บริหารการขายและบันทึกปฏิสัมพันธ์ลูกค้า

Inventory

รองรับหลายหลายสาขา หลายธุรกิจ

Purchase

รองรับหลายหลายสาขา หลายธุรกิจ

Sales

รองรับหลายหลายสาขา หลายธุรกิจ

Project

รองรับหลายหลายสาขา หลายธุรกิจ

Production (MRP)

รองรับหลายหลายสาขา หลายธุรกิจ

E-Commerce

สร้างและบริหารร้านค้าออนไลน์

ขั้นตอนการขึ้นระบบ Odoo ERP ของ Perfect Blending

1. Business Deep-Dive Workshop

ลงลึกทุกกระบวนการทำงานจริงขององค์กร วิเคราะห์ Pain Point, Bottleneck และความเสี่ยง เช่น สต๊อกไม่ตรงบัญชี, Costing ไม่แม่น, เอกสารล่าช้า

2. Process Mapping & GAP Analysis

ออกแบบกระบวนการใหม่ วิเคราะห์สิ่งที่ Odoo รองรับได้ทันที และส่วนที่ต้องปรับปรุงหรือ Custom เพื่อป้องกันปัญหาหลัง Go-live

3. Solution Architecture Design

วางโครงสร้างระบบทั้งองค์กร

  • Data Model & Reporting Structure

  • User Roles & Permission

  • Accounting & Thai Tax Mapping

  • Workflow สำหรับ Sales, Stock, Purchase, Production

ลดความเสี่ยงจากการ Custom ที่ไม่จำเป็น และรองรับการเติบโตในอนาคต

4. System Configuration

ตั้งค่า Odoo Perfect Blending พร้อมผังบัญชีไทย, เอกสารภาษีไทย และนำเข้า Master Data
ช่วยลดเวลา Implement ได้ 30–50%

5. Controlled Customization

พัฒนาเฉพาะส่วนที่จำเป็น เช่น Multi-step Approval, Automation, Integration (Shopee, Lazada, Line OA, Power BI) ออกแบบให้ Update ง่ายและระบบเสถียร

6. Data Migration & Cleaning

ทำ Data Cleaning ก่อนย้ายข้อมูล เช่น ตรวจสต๊อก, ลูกหนี้-เจ้าหนี้, SKU ซ้ำ
เพื่อให้รายงานแม่นยำตั้งแต่วันแรก

7. UAT (Real Process Testing)

ทดสอบตามกระบวนการจริง End-to-End เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายทำงานได้ก่อน Go-live

8. Go-Live & Training

ลงพื้นที่วัน Go-live พร้อมอบรมแบบ Role-based Training และคู่มือภาษาไทย

9. Hypercare 30–90 Days

ดูแลใกล้ชิดหลังขึ้นระบบ ปรับ Workflow และทำให้ระบบ “นิ่ง” อย่างรวดเร็ว

ทำไมต้อง Perfect Blending

รู้หรือไม่ มากกว่า 70% ของโครงการ ERP
ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่ “วิธีการ Implement”

Perfect Blending จึงออกแบบมาตรฐานการทำงานที่เน้น เสถียรภาพ ความถูกต้อง และความสำเร็จระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้งาน Odoo และระบบ ERP

1. เราวางระบบใหม่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

มาตราฐานของเราเริ่มต้นที่การออกแบบระบบที่ถูกต้อง ได้รับการติดตั้งระบบด้วยความเชี่ยวชาญใน Odoo อย่างลึกซึ้ง และถ่ายทอดวิธีใช้งานให้กับผู้ใช้งานให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง รองรับการเติบโต และสามารถ Upgrade ได้ในอนาคต

2. เราออกแบบระบบโดยยึดหลักบัญชีที่ใช้งานได้จริง

ระบบของเราถูกออกแบบร่วมกับนักบัญชีมืออาชีพจาก GreenPro KSP Accounting Co.Ltd เพื่อให้โครงสร้างทางบัญชีได้รับการรับรองว่าไม่ใช่แค่ “พอใช้ได้” แต่ต้อง “ถูกต้องตามหลักการ ตรวจสอบได้ และรองรับการเติบโต”

เราเชื่อว่า Accounting Concept ต้องสอดคล้องกับ Software Logic เพื่อให้ผลลัพธ์ได้รับการใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ถูกต้องในทางทฤษฎี

ค่าใช้จ่ายของ Odoo ERP

ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน Odoo ERP โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ดังนี้

1) ค่า License (สำหรับ Odoo Enterprise)

ค่า License จะคิดตามจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน โดยเป็นค่าลิขสิทธิ์สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ระดับ Enterprise เช่น Mobile Application, Odoo Studio, ฟีเจอร์บัญชีขั้นสูง และการอัปเดตระบบจาก Odoo อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจสามารถปรับจำนวนผู้ใช้งานได้ตามการใช้งานจริง ทำให้ควบคุมต้นทุนได้อย่างยืดหยุ่น

2) ค่า Implementation

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ครอบคลุมการวิเคราะห์กระบวนการทำงานขององค์กร (Business Process Analysis) การออกแบบระบบให้สอดคล้องกับการทำงานจริง การตั้งค่าโมดูล การทดสอบระบบ (UAT) และการอบรมผู้ใช้งานก่อนเริ่มใช้งานจริง ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ จำนวนโมดูล และความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน

3) ค่า Development / Customization

ในกรณีที่ธุรกิจมี Workflow เฉพาะทาง หรือจำเป็นต้องปรับระบบให้ตรงกับกระบวนการทำงานเฉพาะ เช่น การพัฒนารายงานเพิ่มเติม การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก หรือการปรับ Logic การทำงาน ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับขอบเขตและความซับซ้อนของการพัฒนา โดยแนวทางที่แนะนำคือปรับแต่งเฉพาะส่วนที่จำเป็น เพื่อรักษาความเสถียรของระบบในระยะยาว

4) ค่า Hosting / Infrastructure

ค่าใช้จ่ายด้าน Hosting จะขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น Cloud, On-premise หรือ Hybrid โดยรวมถึงค่า Server, Database, Backup และระบบความปลอดภัย ธุรกิจสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับงบประมาณและนโยบายด้าน IT ขององค์กรได้

5) ค่า Maintenance & Support

ค่า Maintenance & Support เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลระบบหลังขึ้นใช้งาน เช่น การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การให้คำปรึกษาการใช้งาน การอัปเดตระบบ และการพัฒนาต่อยอดในอนาคต การมีทีมดูแลอย่างต่อเนื่องช่วยให้ระบบ Odoo ทำงานได้อย่างเสถียร และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

การเชื่อมต่อและการบูรณาการกับระบบอื่น ๆ

หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญของ Odoo ERP คือความสามารถในการเชื่อมต่อและบูรณาการกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ Odoo ERP ได้รับการออกแบบมาให้รองรับการเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ที่ธุรกิจใช้งานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี ระบบการขาย ระบบสินค้าคงคลัง ระบบทรัพยากรบุคคล หรือแม้แต่ระบบการชำระเงินและการตลาดออนไลน์

ด้วยเครื่องมือและ API ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Odoo ERP ช่วยให้ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ไม่ต้องเสียเวลาในการป้อนข้อมูลซ้ำหลายระบบ และยังช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนได้อย่างถูกต้องแบบ Real-time

การบูรณาการนี้ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ฟีเจอร์ของแต่ละระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น การเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway) การเชื่อมต่อกับ Marketplace หรือระบบ CRM ภายนอก รวมถึงการเชื่อมโยงกับเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (BI Tools) เพื่อให้การตัดสินใจทางธุรกิจแม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ Odoo ERP ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ เพราะไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อนกับหลายซอฟต์แวร์ และยังสามารถขยายหรือปรับแต่งการเชื่อมต่อได้ตามความต้องการของธุรกิจในอนาคต ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

สรุปแล้ว การเชื่อมต่อและการบูรณาการกับระบบอื่น ๆ คือจุดเด่นที่ทำให้ Odoo ERP เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการระบบที่ยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งและขยายได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจไทยในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

FAQ: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Odoo ERP

Odoo ราคาเท่าไหร่?

ราคาของ Odoo ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายประกอบด้วย 5 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่า License (สำหรับ Odoo Enterprise) ตามจำนวนผู้ใช้งาน ค่า Implementation สำหรับวิเคราะห์และออกแบบระบบ ค่า Development/Customization สำหรับกระบวนการเฉพาะของธุรกิจ ค่า Hosting/Infrastructure และค่า Maintenance & Support สำหรับการดูแลหลังขึ้นระบบ เนื่องจากแต่ละธุรกิจมีความต้องการและความซับซ้อนไม่เหมือนกัน แนะนำให้ติดต่อทีมฝ่ายขายเพื่อประเมินความต้องการและจัดทำใบเสนอราคาที่เหมาะสม โดยสามารถเริ่มจากโมดูลหลักที่จำเป็นก่อน แล้วค่อยขยายการใช้งานในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น

ระยะเวลาในการ Implement Odoo โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ จำนวนผู้ใช้งาน โมดูลที่เลือกใช้ และความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน หากใช้โมดูลมาตรฐานและไม่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมมาก ระยะเวลาอาจสั้นลง แต่หากมี Workflow เฉพาะทาง ต้องมีการ Customize หรือเชื่อมต่อกับระบบภายนอก ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม โดยกระบวนการจะครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์งาน ออกแบบระบบ ตั้งค่า ทดสอบ และอบรมผู้ใช้งาน เพื่อให้การขึ้นระบบได้รับการสนับสนุนอย่างครบถ้วน เป็นไปอย่างราบรื่นและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ไม่จำเป็นต้อง Customize ในทุกกรณี ธุรกิจส่วนใหญ่สามารถเริ่มใช้งาน Odoo ได้ด้วยโมดูลมาตรฐาน ซึ่งครอบคลุมกระบวนการทำงานหลักอยู่แล้ว การ Customize จะเหมาะกับธุรกิจที่มี Workflow เฉพาะทางหรือจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่น โดยแนวทางที่แนะนำคือ ใช้มาตรฐานให้มากที่สุด และปรับแต่งเฉพาะส่วนที่จำเป็น เพื่อให้ระบบเสถียร คุ้มค่า และดูแลต่อในระยะยาวได้ง่าย