โปรแกรมบัญชี Odoo คืออะไร? ระบบบัญชีบน ERP ที่เชื่อมข้อมูลทั้งธุรกิจ

Odoo Accounting คือโปรแกรมบัญชีที่ทำงานอยู่บนระบบ ERP โดยเชื่อมข้อมูลจากการขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และการรับ– จ่ายเงินเข้าสู่งานบัญชีบนฐานข้อมูลเดียวกัน จุดเด่นจึงไม่ได้มีเพียงการบันทึกบัญชี แต่รวมถึงการลดการคีย์ข้อมูลซ้ำและช่วยให้ตรวจสอบย้อนกลับจากรายงานทางการเงินไปยังรายการต้นทางได้ง่ายขึ้น

โปรแกรมบัญชีทั่วไปอาจเพียงพอสำหรับธุรกิจที่ต้องการออกเอกสาร บันทึกบัญชี จัดทำภาษี และดูรายงานพื้นฐาน แต่เมื่อ Sales, Purchase, Stock และ Accounting ใช้ข้อมูลคนละชุด การเปลี่ยนแค่โปรแกรมบัญชีอาจยังไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

สำหรับ Perfect Blending เราจึงมองว่า

“บัญชีที่ดี ไม่ควรเริ่มต้นตอนฝ่ายบัญชีได้รับเอกสาร

แต่ควรถูกออกแบบให้ถูกต้องตั้งแต่ Transaction แรกของธุรกิจ”

นี่คือแนวคิดที่เราใช้ในการวางระบบ Odoo ERP ให้กับองค์กร

Odoo Accounting ต่างจากโปรแกรมบัญชีทั่วไปอย่างไ

โปรแกรมบัญชีทั่วไปมักถูกออกแบบมาเพื่อจัดการงานทางบัญชีโดยตรง เช่น

– บันทึกรายรับ–รายจ่าย

– ลูกหนี้และเจ้าหนี้

– ภาษี

– บัญชีแยกประเภท

– งบการเงิน

แต่ Odoo Accounting เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ERP นั่นหมายความว่า รายการทางบัญชีไม่ได้เริ่มต้นจากการที่ฝ่ายบัญชีต้องคีย์ข้อมูลใหม่เสมอไป แต่สามารถเชื่อมต่อมาจาก Transaction ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละฝ่าย

ตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดคำสั่งขาย ข้อมูลสามารถส่งต่อไปยังกระบวนการออก Invoice เมื่อมีการรับหรือส่งสินค้า ระบบคลังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับกระบวนการด้านต้นทุน และเมื่อเกิดการรับหรือจ่ายเงิน รายการสามารถนำไปกระทบยอดกับเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

ข้อมูลจึงไหลจาก Operation ไปสู่ Accounting แทนที่จะถูกสร้างใหม่หลายครั้ง

5 ปัญหาที่บอกว่า ธุรกิจอาจไม่ได้ต้องการแค่ “โปรแกรมบัญชีใหม่”

1. ข้อมูลเดียวกันถูกคีย์หลายรอบ

ฝ่ายขายสร้างข้อมูลลูกค้าและรายการขายแล้ว แต่ฝ่ายบัญชียังต้องนำข้อมูลชุดเดิมกลับมาคีย์อีกครั้ง นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องตัวเลขผิด ชื่อลูกค้าผิด หรือเอกสารแต่ละระบบไม่ตรงกัน

2. ปิดบัญชีช้า เพราะต้องรอข้อมูลจากหลายฝ่าย

ฝ่ายบัญชีอาจต้องรอเอกสารจากฝ่ายขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และฝ่ายอื่นก่อนจึงจะเริ่มตรวจสอบและปิดบัญชีได้ ยิ่งธุรกิจมี Transaction มาก กระบวนการรวบรวมและกระทบยอดก็ยิ่งซับซ้อน

3. Stock กับ Accounting ใช้ข้อมูลคนละชุด

เมื่อคลังสินค้าและบัญชีทำงานอยู่คนละระบบ การเปลี่ยนแปลงของสินค้าในคลังอาจไม่ได้สะท้อนเข้ามายังข้อมูลทางบัญชีในทันที ฝ่ายบัญชีจึงต้องกลับมากระทบยอดในภายหลัง

4. งานภาษีและเอกสารยังต้องจัดการด้วยมือ

ข้อมูลอาจอยู่ในระบบ แต่เมื่อต้องจัดทำรายงานภาษีหรือเอกสารตามข้อกำหนดของประเทศไทย กลับต้อง Export ออกมาทำต่อใน Excel

5. ผู้บริหารเห็นตัวเลขช้ากว่าเหตุการณ์จริง

ถ้าต้องรอฝ่ายบัญชีรวบรวมข้อมูลและปิดงวดก่อน ผู้บริหารก็อาจกำลังตัดสินใจจากข้อมูลของหลายสัปดาห์ก่อน ในธุรกิจที่มี Inventory, Cash Flow หรือ Margin เปลี่ยนแปลงเร็ว ข้อมูลที่ช้าอาจส่งผลต่อการตัดสินใจโดยตรง

Odoo Accounting ทำอะไรได้บ้าง

General Ledger และ Chart of Accounts

Odoo รองรับการกำหนดผังบัญชีตามโครงสร้างขององค์กร รวมถึงการบันทึกรายการจาก Transaction ที่เกิดขึ้นในระบบและการบันทึก Journal Entry โดยตรง จุดสำคัญของระบบ ERP คือผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบย้อนกลับจากตัวเลขในรายงานไปยังรายการต้นทางได้ง่ายขึ้น ช่วยให้การตรวจสอบรายการและการวิเคราะห์ตัวเลขมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานจากรายงานแยกหลายระบบ

Accounts Receivable และ Accounts Payable

สามารถบริหารลูกหนี้และเจ้าหนี้ เช่น กำหนด Credit Term, ติดตามยอดค้างชำระ, Aging Report, บันทึกการรับชำระ, กระทบยอด Invoice กับ Payment และติดตามเอกสารที่ยังไม่ได้รับชำระ ช่วยให้ทีมบัญชีเห็นสถานะของลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้จากระบบเดียวกัน

Assets และ Depreciation

สามารถบริหารทะเบียนสินทรัพย์ คำนวณค่าเสื่อมราคา และบันทึกรายการที่เกี่ยวข้องตามรอบที่กำหนด ช่วยลดการดูแลทะเบียนสินทรัพย์แยกจากระบบบัญชี

Financial Reporting

สามารถดูรายงานสำคัญ เช่น Trial Balance, Profit & Loss, Balance Sheet, Cash Flow และ General Ledger รวมถึงสามารถนำ Analytic Accounting มาใช้แยกข้อมูลตามแผนก โครงการ Cost Center และ Business Unit ทำให้รายงานทางบัญชีสามารถนำไปใช้ในการบริหารธุรกิจได้มากกว่าการจัดทำเพื่อปิดงบเพียงอย่างเดียว

Bank Reconciliation และ Multi-currency

รายการรับ–จ่ายสามารถนำมากระทบยอดกับ Invoice หรือ Vendor Bill ที่เกี่ยวข้องได้ รวมถึงรองรับธุรกรรมหลายสกุลเงิน วิธีนำเข้ารายการธนาคารและขอบเขตการใช้งานขึ้นอยู่กับธนาคาร เวอร์ชัน และการตั้งค่าของแต่ละโครงการ

Analytic Accounting และ Budget Control

ธุรกิจสามารถแยกรายได้และต้นทุนตามโครงการ แผนก หรือหน่วยธุรกิจ และนำข้อมูลไปติดตาม Profitability หรือเปรียบเทียบกับงบประมาณได้ ขึ้นอยู่กับ Module และ Configuration ที่เลือกใช้

คุณค่าที่แท้จริงของ Odoo Accounting คือ “การเชื่อมข้อมูล”

สิ่งที่ทำให้ Odoo แตกต่างไม่ได้อยู่ที่ Accounting Module เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงกับกระบวนการอื่นขององค์กร

Sales

ข้อมูลจากกระบวนการขายสามารถส่งต่อไปยังกระบวนการออก Invoice

โดยไม่ต้องสร้างข้อมูลรายการขายใหม่ทั้งหมด

Purchase

ข้อมูลการจัดซื้อและ Vendor Bill สามารถเชื่อมต่อกับกระบวนการบัญชีเจ้าหนี้และภาษีซื้อ

Inventory

การเคลื่อนไหวของสินค้าสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลด้าน Inventory Valuation ตามรูปแบบการตั้งค่าของระบบ ช่วยลดปัญหาที่ฝ่ายคลังและฝ่ายบัญชีใช้ข้อมูลคนละชุด

Payment

การรับและจ่ายเงินสามารถนำมากระทบยอดกับ Invoice หรือ Bill ที่เกี่ยวข้อง

Accounting

Transaction จากส่วนต่าง ๆ ขององค์กรจะถูกนำมาประมวลผลเป็นข้อมูลทางบัญชีตาม Workflow และ Accounting Configuration ที่องค์กรกำหนด

จุดสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่าง “อัตโนมัติ” แต่คือการออกแบบให้ข้อมูลไหลอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง

Odoo รองรับบัญชีและภาษีไทยหรือไม่

คำตอบคือ รองรับระบบบัญชีได้ แต่การนำมาใช้กับข้อกำหนดเฉพาะของประเทศไทยจำเป็นต้องมีการ Localization เพิ่มเติม

Odoo ถูกพัฒนาสำหรับธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นระบบมาตรฐานจึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเอกสารและกระบวนการภาษีของประเทศไทยทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ นี่คือส่วนที่เราเรียกว่า Thai Localization

สำหรับ Perfect Blending การวาง Odoo ให้กับธุรกิจไทยจึงไม่ได้จบเพียงการเปิด Accounting Module แต่ต้องออกแบบระบบให้สอดคล้องกับทั้งกระบวนการทำงานและข้อกำหนดทางบัญชีและภาษีของไทย

ข้อควรทราบ: ความสามารถด้านภาษีไทยขึ้นอยู่กับ Odoo version, Localization Module, Integration และขอบเขตที่ติดตั้งในแต่ละโครงการ จึงควรทดสอบกับเอกสาร แบบภาษี และ Workflow จริงขององค์กรก่อน Go-live

Perfect Blending Thai Localization Stack

ขอบเขตการวางระบบสามารถครอบคลุมส่วนที่จำเป็นสำหรับธุรกิจไทย เช่น

ใบกำกับภาษี

ออกแบบเอกสารให้รองรับข้อมูลและข้อความที่จำเป็นสำหรับเอกสารทางภาษี รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้

รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย

จัดโครงสร้างข้อมูลสำหรับการจัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแบบ ภ.พ.30

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

รองรับกระบวนการบันทึกภาษีหัก ณ ที่จ่าย หนังสือรับรองการหักภาษี และข้อมูลที่ใช้ประกอบการจัดทำ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ตามขอบเขตของระบบที่ออกแบบ

เอกสารภาษาไทย

ปรับรูปแบบเอกสาร เช่น Invoice, Receipt, Tax Invoice, Payment Voucher และ Withholding Tax Certificate ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงของธุรกิจไทย

Chart of Accounts และ Accounting Structure

ออกแบบและตั้งค่าผังบัญชี รวมถึง Accounting Mapping ให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางบัญชีขององค์กร

e-Tax Invoice และระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

ในกรณีที่องค์กรต้องการใช้งาน e-Tax Invoice, e-Receipt หรือระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ จำเป็นต้องประเมิน Workflow รูปแบบเอกสาร และ Integration ที่เกี่ยวข้องเป็นรายโครงการ เพราะความต้องการของแต่ละธุรกิจอาจแตกต่างกัน

Odoo Community กับ Odoo Enterprise ต่างกันอย่างไร

Odoo มีทั้ง Community Edition และ Enterprise Edition Community เป็น Open Source และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ ขณะที่ Enterprise มีฟังก์ชันและบริการจาก Odoo เพิ่มเติม รวมถึงความสามารถบางส่วนที่เหมาะกับการใช้งานระดับองค์กร

สำหรับ Perfect Blending เราเลือกใช้ **Odoo Enterprise เป็นฐานหลักในการวางระบบให้ลูกค้าธุรกิจ** เหตุผลไม่ได้หมายความว่า Community ไม่สามารถใช้งานได้ แต่สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบบัญชีและกระบวนการสำคัญขององค์กร เราต้องการลดภาระในการ Maintain Core System และใช้ฐานระบบที่มีการพัฒนาและอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การเลือกระหว่าง Community และ Enterprise ควรพิจารณาจาก

– ความซับซ้อนของธุรกิจ

– จำนวน User

– Module ที่ต้องใช้

– งบประมาณ

– ความสามารถของทีม IT ภายใน

– แผนการขยายระบบในอนาคต

ค่าลิขสิทธิ์จึงเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของต้นทุน ERP ยังต้องพิจารณาทั้งค่า Implementation, Customization, Integration, Hosting และ Maintenance ด้วย

Odoo ต่างจากโปรแกรมบัญชีไทยทั่วไปอย่างไร

| หัวข้อ | โปรแกรมบัญชีทั่วไป | Odoo ERP |

| — | — | — |

| จุดประสงค์หลัก | งานบัญชีและภาษี | บริหารกระบวนการทั้งองค์กร |

| Sales / Purchase / Inventory | อาจแยกเป็นหลายระบบ | เชื่อมอยู่บน Platform เดียวกัน |

| การคีย์ข้อมูล | อาจต้องนำข้อมูลจากระบบอื่นเข้ามา | Transaction สามารถส่งต่อระหว่าง Module |

| ภาษีไทย | มักมีมาให้ตั้งแต่ต้น | ต้องมี Thai Localization |

| การปรับแต่ง Workflow | ขึ้นกับข้อจำกัดของ Software | สามารถออกแบบตาม Business Process |

| การขยายระบบ | อาจต้องเพิ่ม Software | สามารถขยาย Module บน Platform เดิม |

| Investment เริ่มต้น | โดยทั่วไปต่ำกว่า | สูงกว่าเนื่องจากมีงาน Implementation |

ดังนั้น หากธุรกิจต้องการเพียงบันทึกบัญชี ออกเอกสาร และจัดทำภาษี โปรแกรมบัญชีไทยทั่วไปอาจเพียงพอและคุ้มค่ากว่า แต่หากปัญหาขององค์กรคือ Sales ใช้ระบบหนึ่ง Purchase ใช้อีกระบบ Stock อยู่อีกระบบ และ Accounting ต้องรวบรวมทุกอย่างมาต่อกันทีหลัง การเปลี่ยนโปรแกรมบัญชีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ERP อย่าง Odoo จึงเข้ามามีบทบาทตรงนี้

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Odoo Accounting

Odoo เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มมีความซับซ้อนในการทำงานข้ามแผนก เช่น

Trading และ Distribution

มีงานขาย จัดซื้อ Inventory ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และ Margin ที่ต้องเชื่อมโยงกัน

Manufacturing

ต้องบริหารวัตถุดิบ การผลิต ต้นทุน Inventory และ Accounting ร่วมกัน

Professional Services

ต้องการติดตามรายได้ ค่าใช้จ่าย Project Cost และ Profitability แยกตามโครงการหรือลูกค้า

Multi-company

กลุ่มธุรกิจที่มีหลายนิติบุคคลและต้องการบริหารข้อมูลภายใต้ Platform เดียวกัน

ธุรกิจที่กำลังเติบโต

องค์กรที่เริ่มพบว่า Excel โปรแกรมบัญชี และ Software เฉพาะทางหลายตัวเริ่มทำให้ข้อมูลซ้ำและควบคุมยาก

ธุรกิจแบบไหนอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้ ERP

ERP ไม่ได้เหมาะกับทุกบริษัท หากองค์กรยังมี Transaction ไม่มาก ไม่มี Inventory หรือ Operation ที่ซับซ้อน และต้องการระบบเพียงเพื่อออก Invoice บันทึกบัญชี จัดทำภาษี และดูรายงานพื้นฐาน โปรแกรมบัญชีทั่วไปอาจยังเหมาะสมและประหยัดกว่าการลงทุนใน ERP

การเลือกระบบจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “Software ตัวไหนดีที่สุด?”** แต่ควรเริ่มจาก **“ปัญหาของธุรกิจเราอยู่ตรงไหน?”

ทำไมการวาง Odoo Accounting ต้องใช้ทีมที่เข้าใจบัญชี

ERP ไม่ใช่เพียง Software Project โดยเฉพาะระบบบัญชี เพราะ Configuration หนึ่งจุดอาจส่งผลตั้งแต่ Transaction ของฝ่ายขาย ไปจนถึง Inventory, Tax และ Financial Statement

ตัวอย่างเช่น การออกแบบ Chart of Accounts, Product Category, Tax, Account Mapping, Inventory Valuation, Revenue Recognition, Payment Workflow, Access Rights และ Approval Process ทั้งหมดสามารถส่งผลต่อข้อมูลทางบัญชีได้

หากทีม Implementation เข้าใจเพียง Technical Requirement ระบบอาจสามารถ “ทำงานตามที่สั่ง” ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า Accounting Flow ถูกออกแบบอย่างเหมาะสม และเมื่อถึงช่วงปิดบัญชีหรือ Audit ปัญหาเหล่านี้มักย้อนกลับมาให้แก้ไขภายหลัง

ขึ้น Odoo ERP ด้วยทีมนักบัญชี

Perfect Blending จึงใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป เรามีทั้ง Accounting Consultant และ Developer อยู่ในทีมเดียวกันและ Perfect Blending เป็นบริษัทในกลุ่ม Greenpro KSP Group ซึ่งให้บริการด้านบัญชีและสอบบัญชี

ทีม Implementation จึงสามารถพิจารณาทั้ง

Business Process → System Workflow → Accounting Treatment → Tax Requirement → Financial Reporting 

เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำให้ Odoo ใช้งานได้ แต่ทำให้ข้อมูลถูกออกแบบอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงงบการเงิน

Perfect Blending Implementation Method

Perfect Blending เริ่มจากวิเคราะห์ Current Process และออกแบบ Solution ก่อนตั้งค่าระบบ ย้ายข้อมูล ทดสอบ อบรม และดูแลช่วง Go-live โดยให้ทีมบัญชีเข้ามามีส่วนตั้งแต่ช่วงออกแบบ รายละเอียดของกระบวนการและขอบเขตงานอยู่ในหน้า บริการรับวางระบบ Odoo ERP

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Odoo Accounting

ต้องเปลี่ยนทั้งระบบพร้อมกันหรือไม่

ไม่จำเป็น องค์กรสามารถกำหนด Scope การ Implement เป็น Phase ได้ตามความเหมาะสม ตัวอย่างเช่น เริ่มจาก Sales + Purchase + Accounting ก่อน แล้วจึงขยายไปยัง Inventory, Manufacturing หรือ Module อื่นในระยะถัดไป แต่ควรออกแบบ Architecture ภาพรวมตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้การเพิ่ม Module ภายหลังเกิดความขัดแย้งกับโครงสร้างเดิม

ย้ายข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีเดิมมา Odoo ได้หรือไม่

ทำได้ ข้อมูลที่สามารถพิจารณานำเข้า เช่น Chart of Accounts, Opening Balance, AR / AP, Customer / Vendor, Product และ Fixed Assets แต่ต้องประเมินคุณภาพและโครงสร้างข้อมูลเดิมก่อนกำหนด Migration Plan

ใช้ Odoo แล้วผู้สอบบัญชีตรวจสอบข้อมูลได้หรือไม่

ได้ หากระบบได้รับการออกแบบให้มีข้อมูลและหลักฐานประกอบรายการที่เหมาะสม สิ่งสำคัญคือระบบต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับจาก Financial Report ไปยัง Transaction และเอกสารต้นทาง รวมถึงมี Workflow และ Internal Control ที่เหมาะสมกับองค์กร นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ Perfect Blending ให้ทีมบัญชีเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอน Solution Design

วางระบบ Odoo ใช้เวลานานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับ Scope และความซับซ้อนของแต่ละองค์กร โครงการที่มีเพียง Accounting และ Sales ย่อมแตกต่างจากโครงการที่ครอบคลุม Sales, Purchase, Inventory, Manufacturing และ Integration กับระบบภายนอก Perfect Blending จึงประเมิน Timeline หลังจากเข้าใจ Requirement และ Business Process ขององค์กรก่อน

ก่อนเลือกโปรแกรมบัญชี ลองถามตัวเองก่อนว่า “ปัญหาอยู่ที่บัญชี หรืออยู่ที่กระบวนการทั้งองค์กร?”

หากปัญหาคือโปรแกรมบัญชีเดิมไม่สามารถทำงานทางบัญชีที่ต้องการได้ การเปลี่ยนโปรแกรมบัญชีอาจเป็นคำตอบ แต่หากปัญหาคือข้อมูล Sales ไม่ตรงกับ Accounting, Stock ไม่ตรงกับระบบ, Purchase และ AP ทำงานคนละชุดข้อมูล และผู้บริหารต้องรอรายงานจากหลายฝ่าย ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่โปรแกรมบัญชี แต่อยู่ที่ โครงสร้างการไหลของข้อมูลทั้งองค์กร และนี่คือสิ่งที่ ERP ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไข

วางระบบ Odoo ERP ให้ Accounting ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง

Perfect Blending ให้บริการวางระบบ Odoo Enterprise สำหรับธุรกิจไทย โดยทีมที่มีทั้งความเชี่ยวชาญด้าน Accounting และ Software Development ตั้งแต่ Business Process Analysis, Solution Design, Thai Localization, Implementation, Data Migration ไปจนถึงการดูแลหลัง Go-live

ขึ้น Odoo ERP ด้วยทีมนักบัญชี ให้ข้อมูลถูกต้องตั้งแต่ Transaction แรก จนถึงงบการเงิน**

หากกำลังพิจารณาว่า Odoo เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่ สามารถพูดคุยกับทีม Perfect Blending เพื่อประเมิน Business Process และดู Demo ก่อนตัดสินใจได้

อ่านเพิ่มเติม: คู่มือ Odoo ฉบับสมบูรณ์สำหรับธุรกิจไทย · ERP คืออะไร · บริการรับวางระบบ Odoo ERP

Perfect Blending

โทร. 081-154-2848, 095-119-5261 · Email: info@perfectblending.com · LINE: @perfectblending

เวลาทำการ จันทร์–ศุกร์ 08.30–17.30 น.